ผู้เขียน หัวข้อ: มาหาความรู้เกี่ยวกับสรรพคุณของพริกไทยดำ  (อ่าน 10 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

19-05-2017 , 11:26:03
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 70
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


สรรพคุณของพริกไทย
 ด้านอาหาร เเละผลและเมล็ดพริกไทยมีรสเผ็ดร้อน ใช้ปรุงรสได้ทั้งอ่อนและแก่ แกงที่ใช้พริกไทยเป็นองค์ประกอบมีหลายชนิด เช่น แกงเผ็ด ฉู่ฉี่ แกงกะหรี่ แกงเลียง ทอดมัน ผัด โจ๊ก ข้าวผัด เป็นต้น
พริกไทยในฐานะสมุนไพร
เนื่องจากพริกไทยมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบอินเดีย-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นประชาชนในถิ่นนี้จึงมีความรู้มากมายเกี่ยวกับการนำพริกไทยมาใช้ประโยชน์ เช่น ใช้เป็นสมุนไพรเยียวยาโรค เป็นต้น ในตำราสมุนไพรไทย เเละมีคำบรรยายประเภทของพริกไทย ดังนี้
รากพริกไทย : รสร้อน ขับลมในลำไส้ แก้ปวดท้อง แก้ลมวิงเวียน ช่วยย่อยอาหาร
เถาพริกไทย : รสร้อน ขับลมในท้อง ช่วยย่อยอาหาร แก้ลมพรรดึก (ก้อนอุจจาระที่แข็งกลม) แก้อติสาร (โรคลงแดง)
ใบพริกไทย : รสร้อน แก้ลมจุกเสียด แก้แน่น ปวดมวนในท้อง
เมล็ดพริกไทย : รสร้อน แก้ลม แก้เสมหะ บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร ขับผายลม
บางตำรายังระบุชนิดว่า แก้ลมทั้งปวง แก้เสลด เสมหะ หอบ ไอ สะอึก บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ช่วยย่อย ขับเหงื่อ ลดความร้อนในร่างกาย ขับปัสสาวะ ฯลฯ
นอกจากนี้บัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศ เเล้วคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา (ฉบับที่ 5)    ปรากฏการใช้พริกไทยในยาเยียวยาอาการโรคในระบบต่างๆของร่างกาย รวม 2 ตำรับ คือ

  • ยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร ปรากฏตำรับ “ยาประสะกานพลู” มีส่วนประกอบของพริกไทยร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีรักษาบรรเทาอาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย เนื่องจากธาตุไม่ปกติ
  • ยารักษากลุ่มอาการทางสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ปรากฏตำรับ “ยาประสะไพล” มีส่วนประกอบของพริกไทย เเละร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ ใช้ในสตรีที่ระดูมาไม่สม่ำเสมอ หรือมาน้อยกว่าปกติ

               ตำรายาไทยพริกไทยจัดอยู่ใน “พิกัดตรีกฎุก” แปลว่าของที่มีรสร้อน 3 อย่าง เป็นพิกัดยาที่ประกอบด้วยเครื่องยา 3 อย่าง ในคุณภาพเสมอกันคือ เมล็ดพริกไทย เหง้าขิงแห้ง และดอกดีปลี มีคุณสมบัติแก้โรคที่เกิดจากวาตะ(ลม) เสมหะ และปิตตะ(ดี) ในกองธาตุ กองฤดู กองอายุ และกองสมุฏฐาน “พิกัดตัวยาเผ็ดร้อน 6 ชนิด” คือการจำกัดจำนวนตัวยาเผ็ดร้อน 6 ชนิด คือ พริกไทย ดีปลี ผลผักชีลา ใบแมงลัก ผลกระวาน ใบโหระพา มีประโยชน์แก้ลมจุกเสียด ช้ำบวม ช่วยย่อยอาหาร
               พริกไทยใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญในยาแผนโบราณของจีนและอินเดีย ใช้แก้หวัด ปวดเยียวยา ท้องเสีย ปวดประจำเดือน คลื่นไส้ อาหารไม่ย่อย
    ยังมีอีกพิกัดหนึ่งคือ ตรีวาตผล เป็นพิกัดของยาที่มีคุณสมบัติแก้ลม ประกอบด้วย ลูกสะค้าน เหง้าข่า และรากพริกไทย ใช้แก้ในกองลม แก้แน่นในทรวงอก แก้เสมหะ แก้เลือด บำรุงไฟธาตุ สรรพคุณที่เด่นที่สุดของพริกไทยก็คือ เเละเป็นยาอายุวัฒนะ ดังปรากฏอยู่ในตำรับยาอายุวัฒนะโบราณของไทยที่รู้จักกันแพร่หลาย เช่น ตำรับยาวิเศษ ที่มาแต่เมืองพิษณุโลกตอนหนึ่งว่า “ถ้าจะให้เจริญอายุ ให้เอาเหงือกปลาหมอ ๒ ส่วน พริกไทย ๑ ส่วน ตำเป็นผงละลายน้ำกินทุกวัน ถ้ากินได้ ๑ เดือนจะหมดโรค และมีสติปัญญานักแล...” อีกตำรับหนึ่งเป็นตำรายาพิเศษของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พระมหาสมณเจ้า ชื่อยา “ไม่แก่เดินคล่อง” บอกประโยชน์ว่ากินแล้วไม่แก่เฒ่า อายุ ๗๕ ปี ยังเดินขึ้นเขาได้สบาย และยังมีบุตรได้ เป็นต้น ยาขนานนี้ประกอบด้วย ทิ้งถ่อน ตะโกนา บอระเพ็ด แห้วหมู เมล็ดข่อย พริกไทย และน้ำผึ้ง นับเป็นตำรับยาอายุวัฒนะที่รู้จักแพร่หลายที่สุดในประเทศไทยปัจจุบัน
    ประโยชน์ในการลดความอ้วน ปัจจุบันได้มีผลการค้นพบจากประเทศสหรัฐอเมริกา ยืนว่าพริกไทยดำ สามารถลดความอ้วนได้จริง และอาจลดน้ำหนัก ได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจาก ในพริกไทยดำ เเละมีส่วนประกอบของสาร “ไพเพอร์รีน”  ที่มีคุณสมบัติ ในการต่อต้านความอ้วน พริกไทยดำ เเละมีจุดเด่นในเรื่องของ ความฉุน และรสชาติที่เผ็ดร้อน ช่วยในการควบคุม การก่อตัวของเซลล์ไขมันใหม่ให้ลดลง พร้อมกับทำลายเซลล์ไขมันเก่า ที่สะสมอยู่ภายในร่างกาย ให้มีคุณภาพลดลง และกลับมาอ้วนได้ยากขึ้น  และเข้าไปกระตุ้น การหลั่งของกรด ในกระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกาย เผาผลาญพลังงาน ที่ได้รับจาการกินไปใช้ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ไม่เกิดการสะสมของไขมัน ซึ่งเป็นสำเหตุสำคัญ ที่ทำให้เกิดความอ้วน

  • โดยจะนำมาทำ เป็นส่วนผสมของยาลด หรืออาหารเสริมลดน้ำหนัก มักนิยมนำพริกไทย มาป่นให้ละเอียด และผสมกับสมุนไพรตัวอื่น แล้วบรรจุลงแคปซูล หรืออัดเป็นเม็ด
  • นำน้ำมันพริกไทยดำ มาผสมกับครีม หรือนำพริกไทยป่นมาผสมกับ น้ำมันมะกอก แล้วเอามาทา หรือนวดวน ๆ ที่บริเวณต้นแขน ต้นขา จุดที่เป็นเปลือกส้ม ไปเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่าจุดนั้นเริ่มร้อน
รูปแบบ / ขนาดวิธีใช้ของพริกไทย 
เด็กระบบย่อยอาหารไม่ดี   พริกไทยขาว 1.0 กรัม น้ำตาลกลูโคส 9.0 กรัม ผสมกันเป็นยาผง

  • เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ รับประทานครั้งละ 0.3-0.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 1-3 วัน
  • เด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป ทานครั้งละ 0.5-1.5 กรัม วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 1-3 วัน


ทั้งนี้มักใช้ไม่เกินครั้งละ 2 กรัม
ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง  พริกไทยขาว 7 เม็ด ชะมดเชียง 0.15 กรัม ใช้ชะมดเชียงใส่ที่สะดือก่อน แล้วใช้พริกไทยโรยทับข้างบน ใช้ผ้าขาวปิดทับปลาสเตอร์ติดแน่นทิ้งไว้ 7-10 วันแล้ว เปลี่ยนครั้ง 10 ครั้งเป็น 1 ระยะของการรักษา
มาลาเรีย พริกไทย 10-15 เม็ด บดละเอียด ใช้ปลาสเตอร์ขนาด 8 x 8 ซม. ใส่ผงพริกไทยตรงกลาง ปะติดจุดต้าจุย ใต้กระดูกคอที่ 7 (กระดูกคอส่วนที่นูนที่สุด) ทิ้งไว้ 7 วัน เป็น 1 เยียวยาถ้าปลาสเตอร์หลุดให้เปลี่ยนใหม่
ลดอาการท้องอืดเฟ้อ  แน่นจุกเสียดและช่วยขับลม  ใช้ผลบดเป็นผง ปั้นเป็นลูกกลอน  กินครั้งละ  0.5-1  กรัม (ประมาณ 15-20 เมล็ด) หรือ  จะใช้ผงชงน้ำดื่ม  กิน  3  เวลาหลังอาหาร 
การรับประทาน ก่อนอาหาร ประมาณ 10 นาที ครั้งละ 2 – 4 แคปซูล เพื่อประสิธิภาพ ในการเผาผลาญไขมัน แต่ห้ามกินทันที หลังรับประทานอาหารเสร็จ เพราะจะทำให้เกิดอาการเรอ และท้องอืดทันที นอกจากนี้ ให้กินแต่พอดี ไม่ควรรับประทานติดต่อกัน นานเกิน 6 เดือน และทานในปริมาณ ที่มากเกินไป  เพราะจะทำให้เป็น มะเร็งได้เช่นกัน
การทา ทาทุกวัน หลังอาบน้ำเย็น หรือ ก่อนนอน วิธีนี้จะช่วยสลายไขมัน ตรงจุดนั้น ให้ผิวเรียบลื่น ไม่เป็นลูกคลื่น

Tags : งานวิจัย สมุนไพร,สมุนไพร,ดูแลสุขภาพ