ผู้เขียน หัวข้อ: บ้านดิน Beehive แห่งเมืองฮาร์ราน (Harran) เมืองเก่าแก่ในพระไบเบิล  (อ่าน 10 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

23-07-2019 , 18:26:31
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3067
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

สิ่งก่อสร้างที่เป็นที่พักที่อาศัยแรกของผู้คน
บ้านนับเป็นอาคารบ้านเรือนแรกของคนเรา หลังจากเรียนรู้ที่จะอาศัยกับที่เป็นหลักเป็นแหล่ง เพื่อทำการเพาะปลูก แล้วก็เลี้ยงสัตว์

บ้านในยุคแรกของผู้คนเป็นเพียงกระต๊อบที่สร้างมาจากอุปกรณ์กล้วยๆหาได้จากสภาพแวดล้อมใกล้ตัว เป็นต้นว่า ดิน ฟาง ไม้ หิน

ที่เมืองฮาร์ราน (Harran) เมืองดั้งเดิมในพระคัมภีร์ไบเบิล เมืองอาศัยของ อับราฮัม (Abraham) บุคคลที่พระเจ้าคัดเลือกที่จะสื่อสารด้วยตามความศรัทธาของศาสนายิว คริสต์ และก็อิสลาม ตั้งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกของประเทศตุรกี ตรงนั้นมีสิ่งเย้ายวนใจนักเดินทางให้มาเยือนเมืองเล็กๆเก่าแก่ที่นี้ โน่นเป็น Beehive House…..บ้านก้อนดินตากแห้งหลังคาทรงโดม อันเป็นบ้านแบบเริ่มแรกในยุคแรกๆที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นสำหรับเป็นที่พักที่อาศัย

บ้าน Beehive วางแบบอย่างชาญฉลาดเข้ากับสิ่งแวดล้อม
ภาวะภูมิประเทศของเมืองฮาร์รานนั้นแล้ง ไม่มีต้นไม้ วัตถุดิบที่ประยุกต์ใช้สร้างบ้านก็เลยเป็นดินโคลนตากแห้งเ นำมาเรียงก่อเป็นบ้านหลังคาทรงโดมสูงราว 5 เมตร ก่อนจะฉาบด้วยฟางและดินโคลนอีกชั้นยอด

สิ่งของที่ประยุกต์ใช้ และก็ทรงของตัวบ้านช่วยทำให้อากาศในบ้านดินแห่งฮาร์รานนั้นมีอุณหภูมิที่เย็นสบายตลอดทั้งวัน ไม่ว่าลักษณะอากาศข้างนอกจะร้อนจัด หรือเย็นจัด นั่นเป็นเนื่องจากว่าดินตากแห้งที่ฉาบด้วยฟางและก็ดินโคลน ปฏิบัติหน้าที่เป็นฉนวนเก็บความเย็นไว้ใน ประสมกับหน้าต่าง และบานประตูที่มีขนาดเล็กแคบทำให้แดดส่องเข้ามาด้านในตัวบ้านได้น้อย เวลาเดียวกันหลังคาที่เป็นยอดโดมสูง มีช่องระบายอากาศเล็กๆข้างบน ทำให้อากาศที่ร้อนลอยตัวสูงมากขึ้นไปข้างบน รวมทั้งถูกก็บกักไว้รอบๆนั้น เมื่อถึงยามค่ำคืน อากาศเย็นจัด จะเบาๆคลายความร้อนที่สะสมไว้คืนกลับมายังตัวบ้านข้างล่าง ทำให้อุ่นสบาย นับเป็นระบบหมุนวนอากาศที่ยอดเยี่ยม

ช่องแสงเล็กๆบนหลังคา สำหรับระบายอากาศ
ไม่เท่านั้นหลังคาที่เป็นทรงโดมลาดชัน ทำให้เมื่อฝนตกหนัก น้ำฝนจะไหลผ่านไปอย่างเร็ว ทำให้หลังคาแห้งได้ไว ก้อนดินโคลนไม่ได้รับความย่ำแย่ นับเป็นการดีไซน์ที่ชาญฉลาด เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศโอบล้อม

ด้านในเมืองฮาร์รานนั้น มีบ้าน Beehive ขจัดขจายให้เห็นเป็นระยะ แม้กระนั้นทางการของตุรกีได้รักษากลุ่มบ้านดินที่อยู่ในสภาพดี จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมบ้าน Beehive ได้อย่างใกล้ชิด

ระหว่างที่ยืนอยู่ภายนอก ดูบ้าน Beehives เผินๆจินตนาการถึงความคับแคบ และไม่น่าอยู่แต่ทว่าเมื่อได้เข้าไปภายในจริงๆกลับทำให้พบว่ากว้างขวางอยู่สบายทีเดียว เนื่องจากว่าบ้านดินแต่ละข้างหลังเชื่อมต่อเนื่องกันด้วยประตูโค้ง เมื่อจัดวางสิ่งของพื้นบ้านลงไป มองอบอุ่นน่าอยู่อาศัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแหงนหน้ามองไปบนหลังคา จะเห็นก้อนหินก้อนเล็กๆที่นำมาวางเรียงต่อกันเป็นช่องวงกลม เปลี่ยนป็นหลังคาทรงโดมที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

หินที่เอามาก่อป็นทรงโดมบนหลังคา

บ้านดิน Beehives ที่หลงเหลืออยู่เหล่านี้แม้จะมีอายุราวๆ 150 – 200 ปี เพียงแค่นั้น แต่ว่าได้รับการรับรองทางโบราณคดีวิทยาแล้วว่า ไม่ได้มีความแตกต่างจากบ้านดั้งเดิมที่เป็นที่อยู่ที่อาศัยของผู้คนแถบนี้ เมื่อ 1900 ปีกลายคริสต์ศักราช
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : trenbajubatik.com

Tags : trenbajubatik