ผู้เขียน หัวข้อ: ฝนตกจะวิ่งหรือเดินหลบ  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

17-04-2018 , 13:34:58
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 14777
    • ดูรายละเอียด

นับจากฝนเริ่มตกคราวแรกๆในเดือน พฤษภาคม แล้วจะเบาๆตกหนักขึ้น เรื่อยไปจนกระทั่งปลายฝนต้นหนาวราวๆตุลาคม ในกรุงเทพฯ การที่ฝนตกมีส่วนดีตรงที่ช่วยลดความร้อนที่เก็บสะสมไว้ภายในคอนกรีต ทำให้อากาศในจังหวัดกรุงเทพมหานคร เย็นขึ้นมาบ้าง แต่ว่าจะแย่ก็ตรงที่ ฝนตกได้ตอกย้ำซ้ำเติมปัญหาด้านจราจรขัดข้องให้เลวร้ายมากขึ้นไปอีก  ถ้าเกิดวันหนึ่งฝนตกลงมาเวลาที่เรากำลังอยู่นอกตึก และวันนั้นดันลืมพกร่มประจำตัวไปด้วย สถานการณ์นี้ สิ่งที่ทุกๆคนทำคือวิ่งหลบฝนไปยังที่ร่มให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่พวกเราจะไม่แฉะฝนมากเกินไป นี่คือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ดีเยี่ยมที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าจะทราบอีกทั้งทราบว่าการวิ่งเข้าที่ร่มเพื่อหลบฝนที่กำลังโปรยปลายลงมา น่าจะเป็นวิธีที่ทำให้เปียกต่ำที่สุด แต่ในแวดวงวิทยาศาสตร์กลับมีคนตั้งข้อสงสัยว่า การวิ่งหลบฝนเข้าที่ร่มให้เร็วที่สุดนั้น เหมาะสมที่สุดแล้วแน่หรือ เนื่องจากว่ามันมีข้อโต้แย้งที่ว่า หากว่าคุณวิ่ง ตัวคุณจะมีพื้นที่รับน้ำมากยิ่งกว่าคุณเดิน ซึ่งบางทีอาจเป็นสาเหตุทำให้การวิ่งแฉะมากยิ่งกว่าการเดินก็เป็นไปได้ จากข้อแม้นี้ นำไปสู่กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ให้รู้ชัดไปเลยว่า เดินหลบฝน หรือ วิ่งหลบฝน ทำแบบไหนก็เลยแฉะน้อยกว่ากัน พิสูจน์ด้วยแบบจำลอง ข้อคิดเห็นเรื่องความแฉะของ MIKE ถือนิยามที่ง่ายที่สุด แม้กระนั้นการนำไปใช้ในทางแนวคิดก็ค่อยไม่เหมือนจริง ยกตัวอย่าง อาทิเช่น ถ้ามีคนสองคนยืนอยู่นิ่งๆแล้วจากนั้นก็เทน้ำ 50 ลิตร รวมทั้ง 100 ลิตร ใส่ผู้ที่หนึ่งและผู้ที่สองเป็นลำดับ กรณีดังต่อไปนี้ ผลคำนวณจะบอก ว่าความแฉะไม่เหมือนกัน คนที่หนึ่งจะแฉะน้อยความผู้ที่สอง ซึ่งที่จริงแล้ว คนทั้งสองเปียกโชกราวกับๆกัน ซึ่งคนทั้งคู่จะใช้เวลารอคอยให้แห้งเท่าเทียมกัน ในแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ สำหรับ "วิ่งหรือเดินหลบฝน" ถูกเสนอในปี พุทธศักราช 2542 โดยภาควิชา HBHP ที่มีนัก อุตุนิยมวิทยา 4 ท่าน ดังเช่นว่า HOLDEN, BELCHER, HORVATH รวมทั้ง PYTHAROULIS แนวความคิดของ HBHP เป็นสมมุติว่ามีคนหนึ่งกำลังวิ่ง หลบฝน จะถือให้รูปร่างของคนคนนี้เป็นกล่องสี่เหลี่ยม และก็จะนับว่าฝนจะตกลงสู่กล่อง (คน) อย่างสม่ำเสมอด้วยความเร็วคงที่ ดัง รูป เพื่อความครบถ้วนบริบูรณ์ ในบทความนี้จะขอกำหนดตัวแปรไว้ดังนี้ ให้ Sหมายถึงอัตราเร็วในแนวระดับหรือแนวยาวของกล่องที่กำลังเขยื้อน แล้วก็จะถือว่าคนต้องวิ่งในระยะทาง L ก็เลยจะเข้าที่ร่มได้ หลังจากนั้นกำหนดให้ Rหมายถึงอัตราเร็วของฝนที่กำลังตกลงมา ตรงๆในแนวตั้ง ในกรณีที่ฝนตกลมพัด จะนับว่าน้ำฝนจะมีอัตราความเร็วในแนวระดับ W เพิ่มเติมอีกจากอัตราความเร็วในแนวดิ่ง R ด้วย
 
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ดูเพิ่มเติมที่นี่