แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - adalegroup

หน้า: [1] 2 3 ... 62
1
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะสม
โทนสีของห้องจะแปลงความรู้สึกได้เมื่อเห็น ยกตัวอย่างเช่น สีสว่างจะสามารถช่วยเปลี่ยนห้องเล็กๆให้มองมีพื้นที่มากขึ้น จนกระทั่งขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจยอดนิยมในการออกแบบภายในที่ทำให้บ้านดูงามแพงได้เลยทีเดียว แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงแต่ สีเบจ แค่นั้นที่งามซะเมื่อไหร่กันล่ะ? ออกจากคอมฟอร์ทโซนจ้ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆในการออกแบบคลินิกได้ด้วยเหมือนกัน โดยสีกลุ่มนี้จะก่อให้ดูผ่องใสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่ว่าไม่ลดความเลิศหรูของห้อง

สีห้อง
นี่คือแบบอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ตรงประเด็น

แต่งห้อง

เฟอร์นิเจอร์สีแจ่มใสข้างในห้องสีโมโนโทนจะช่วยปรับให้การแต่งห้องดูเด่นขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของพวกเราได้โน่นคือ ปลอกสำหรับใส่หมอนสีสดๆพรมลายเก๋ๆตะเกียงงามๆหรือการเพ้นท์ผนังก็ช่วยเพิ่มเติมจุดเด่นให้กับห้องได้ทั้งหมดจ้ะ

ลวดลาย
แม้ไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องดูมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกมากมายเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะทดลองใช่แค่เพียงกับเครื่องเรือนเท่านั้น แม้กระนั้นอย่างเรื่องพื้นๆใช่จ้ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าทดลอง จำไว้ว่า หากแต่งพื้นให้โดดเด่นแล้ว ก็ควรควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเช่นเดียวกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงวิธีเรื่องสีที่จะทำให้พวกเรามองมีพื้นที่กว้างขึ้นเพียงแค่นั้น การติดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้เหมือนกัน

5.จัดวางแสงให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงสว่างย่อมดีมากยิ่งกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางรูปแบบของแสงอย่างแตกต่างกันได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังต่อไปนี้ ไฟกึ่งกลางห้องไฟผนังห้อง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมตั้งพื้น ฯลฯ

6.อย่าละเลยการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ด้านในห้องจะให้ความรู้ความเข้าใจสึกชื่นบานได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

พรม

รายละเอียดเพิ่มเติมยกตัวอย่างเช่น เบาะหุ้มนุ่มๆประพรมสวยๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์งามๆนาฬิกาสไตล์มินิมอล แจกันสวยๆกระเช้าสานเก๋ๆถ้วยชามผลไม้ชิคๆทุกสิ่งอย่างเหล่านี้สามารถที่จะช่วยให้ห้องดูนุ่มนวล และ มีคลาสมากขึ้นได้

7.อย่าเยอะ!

ส้วม
ฝ้าเพดานเรียบถึงแม้จะมิได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละดีแล้วค่ะ อยากได้ห้องสวยๆไม่มีความจำเป็นที่ต้องพากเพียร! เลี่ยงการก่อสร้าง ตกแต่งที่ซับซ้อน

8.อย่างเดียวที่คุณจะมากสิ่ง เล่นใหญ่ได้คือที่นอน


จำไว้ว่า ถ้าเกิดจะมีเตียงในห้องนอน ก็จำเป็นต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้ดูปัง ! อีกทั้งผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนเยอะๆปูพื้นหน้าเตียงด้วยพรมขนนุ่มนิ่มเพราะเตียงคือที่ที่ต้องเป็นที่สบายที่สุดในบ้านของเรา เชิญชวนให้พวกเราเอนตัวนอนได้ทุกคราวที่มองเห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบคลินิกทันตกรรมที่พวกเราชี้แนะมานี้จะพอช่วยทำให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์เยอะขึ้นเรื่อยๆ เชื้อเชิญให้คุณอยู่บ้านอย่างมีความสุขได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ



คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ออกแบบตกแต่งภายใน

Tags : ออกแบบภายใน

2
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะ
โทนสีของห้องจะเปลี่ยนความรู้สึกได้เมื่อเห็น ตัวอย่างเช่น สีสว่างจะสามารถช่วยสำหรับเปลี่ยนห้องเล็กๆให้ดูมีพื้นที่มากขึ้น จนกระทั่งขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจที่ได้รับความนิยมในการออกแบบภายในที่ทำให้บ้านดูสวยแพงได้อย่างยิ่งจริงๆ แม้กระนั้นก็ใช่ว่าจะมีเพียงแต่ สีเบจ เพียงแค่นั้นที่งามซะเมื่อใดกันล่ะ? ออกมาจากคอมฟอร์ทโซนค่ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆในการออกแบบภายในได้เช่นกัน โดยสีเหล่านี้จะมีผลให้มองแจ่มใสเยอะขึ้นแม้กระนั้นไม่ลดความหรูหราเลิศเลอของห้อง

สีห้อง
นี่คือตัวอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ตรงจุด

แต่งห้อง

เฟอร์นิเจอร์สีผ่องใสข้างในห้องสีโมโนโทนจะช่วยปรับให้การแต่งห้องมองเด่นขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของพวกเราได้นั่นคือ ปลอกที่เอาไว้ใส่หมอนสีสดๆประพรมลายเก๋ๆประทีปงามๆหรือการเพ้นท์ผนังก็ช่วยเติมจุดเด่นให้กับห้องได้ทั้งหมดทั้งปวงค่ะ

ลวดลาย
ถ้าไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องมองมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกเยอะเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะลองใช่แค่เพียงกับเครื่องเรือนเท่านั้น แม้กระนั้นอย่างเรื่องพื้นๆใช่ค่ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าทดลอง จำไว้ว่า ถ้าแต่งพื้นให้สะดุดตาแล้ว ก็ควรควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเช่นเดียวกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงเทคนิคเรื่องสีที่จะทำให้เราดูมีพื้นที่กว้างขึ้นแค่นั้น การต่อว่าดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้เช่นเดียวกัน

5.จัดวางแสงสว่างให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงสว่างย่อมดีมากยิ่งกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางรูปแบบของแสงสว่างอย่างไม่เหมือนกันได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังต่อไปนี้ ไฟกลางห้องไฟผนัง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ ตะเกียงตั้งพื้น เป็นต้น

6.อย่าละเลยการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ในห้องจะให้ความรู้ความเข้าใจสึกแจ่มใสได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

ประพรม

รายละเอียดอื่นๆดังเช่น เบาะหุ้มห่อนุ่มๆพรมสวยๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์งามๆนาฬิกาสไตล์ไม่นิมอล แจกันงามๆตะกร้าสานเก๋ๆชามผลไม้ชิคๆทุกๆสิ่งทุกๆอย่างอย่างเหล่านี้สามารถที่จะช่วยให้ห้องมองนุ่มนวล รวมทั้ง มีคลาสเพิ่มมากขึ้นได้

7.อย่าเยอะ!

สุขา
ฝ้าเพดานเรียบๆหากแม้จะไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละดีแล้วจ้ะ อยากได้ห้องสวยๆไม่มีความจำเป็นต้องอุตสาหะ! เลี่ยงการก่อสร้าง ตกแต่งที่สลับซับซ้อน

8.สิ่งเดียวที่คุณจะมากสิ่ง เล่นใหญ่ได้เป็นที่นอน


จดจำไว้ว่า ถ้าหากจะมีเตียงในห้องนอน ก็จำต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้มองปัง ! ทั้งยังผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนเยอะมากๆปูพื้นหน้าเตียงด้วยพรมขนนุ่มนิ่มด้วยเหตุว่าเตียงเป็นที่ที่ต้องเป็นที่สุขที่สุดในบ้านของพวกเรา ชวนให้เราเอนตัวนอนได้ทุกทีที่เห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบคลินิกทันตกรรมที่เราเสนอแนะมานี้จะพอเพียงช่วยทำให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ชวนให้ท่านอยู่บ้านอย่างมีความสุขได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สร้างโฮมออฟฟิศ

Tags : ออกแบบคลินิก,ออกแบบคลินิกทันตกรรม,ออกแบบภายใน

3
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะสม
โทนสีของห้องจะแปลงความรู้สึกได้ทันทีที่มองเห็น ได้แก่ สีสว่างจะสามารถช่วยในการเปลี่ยนห้องเล็กๆให้ดูมีพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจยอดนิยมสำหรับการออกแบบคลินิกทันตกรรมที่ทำให้บ้านดูสวยแพงได้อย่างยิ่งจริงๆ แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียง สีเบจ เท่านั้นที่งามซะเมื่อไหร่กันล่ะ? ออกจากคอมฟอร์ทโซนค่ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆสำหรับการออกแบบคลินิกได้เช่นกัน โดยสีกลุ่มนี้จะก่อให้ดูผ่องใสมากขึ้นแต่ว่าไม่ลดความหรูหราของห้อง

สีห้อง
นี่เป็นตัวอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ถูกจุด

แต่งห้อง

เฟอร์นิเจอร์สีแจ่มใสข้างในห้องสีโมโนโทนจะช่วยปรับการแต่งห้องมองเด่นขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของเราได้นั่นเป็น ปลอกใส่หมอนสีสดๆพรมลายเก๋ๆโคมสวยๆหรือการเพ้นท์ผนังก็ช่วยเพิ่มเติมคุณลักษณะเด่นให้กับห้องได้ทั้งมวลค่ะ

ลวดลาย
ถ้าไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องมองมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกเยอะเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะทดลองใช่แค่เพียงกับเครื่องเรือนแค่นั้น แต่อย่างเรื่องพื้นๆใช่จ้ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าลอง จำไว้ว่า ถ้าแต่งพื้นให้เด่นแล้ว ก็ควรจะควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเหมือนกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงเทคนิคเรื่องสีที่จะทำให้เรามองมีพื้นที่กว้างขึ้นเท่านั้น การติดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้เช่นเดียวกัน

5.จัดวางแสงให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงสว่างย่อมดียิ่งกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางลักษณะของแสงอย่างผิดแผกได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังต่อไปนี้ ไฟกึ่งกลางห้องไฟฝาห้อง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมวางพื้น เป็นต้น

6.อย่าละเลยการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ข้างในห้องจะให้ความรู้ความเข้าใจสึกสดชื่นได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

ประพรม

รายละเอียดอื่นๆดังเช่น เบาะห่อหุ้มนุ่มๆพรมงามๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์สวยๆนาฬิกาสไตล์ไม่นิมอล แจกันสวยๆตะกร้าสานเก๋ๆจานชามผลไม้ชิคๆทุกๆสิ่งทุกๆอย่างอย่างเหล่านี้จะช่วยให้ห้องดูนุ่มนวล และก็ มีคลาสเยอะขึ้นเรื่อยๆได้

7.อย่ามาก!

ห้องสุขา
ฝ้าเพดานเรียบๆแม้ว่าจะไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละก็ดีแล้วค่ะ อยากได้ห้องสวยๆไม่มีความจำเป็นต้องพากเพียร! หลบหลีกการก่อสร้าง ตกแต่งที่ซับซ้อน

8.สิ่งเดียวที่คุณจะเยอะแยะสิ่ง เล่นใหญ่ได้เป็นที่นอน


จำไว้ว่า ถ้าเกิดจะมีเตียงในห้องนอน ก็ต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้มองปัง ! อีกทั้งผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนเยอะๆปูพื้นหน้าเตียงด้วยประพรมขนนุ่มนิ่มเพราะว่าเตียงเป็นที่ที่ควรจะเป็นที่สุขสบายที่สุดในบ้านของเรา ชวนให้พวกเราเอนตัวนอนได้ทุกทีที่เห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบคลินิกที่พวกเราเสนอแนะมานี้จะเพียงพอช่วยทำให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ชักชวนให้คุณอยู่บ้านอย่างสุขสบายได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ


Tags : ออกแบบคลินิก,ออกแบบภายใน

4
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะสม
โทนสีของห้องจะแปลงความรู้สึกได้เมื่อแลเห็น อย่างเช่น สีสว่างจะสามารถช่วยสำหรับในการเปลี่ยนห้องเล็กๆให้ดูมีพื้นที่เยอะขึ้น จนถึงขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจยอดฮิตสำหรับการออกแบบภายในที่ทำให้บ้านดูงามแพงได้อย่างยิ่งจริงๆ แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงแต่ สีเบจ แค่นั้นที่สวยซะเมื่อไหร่กันล่ะ? ออกมาจากคอมฟอร์ทโซนจ้ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆสำหรับการออกแบบภายในได้เช่นเดียวกัน โดยสีพวกนี้จะทำให้ดูผ่องใสเยอะขึ้นเรื่อยๆแม้กระนั้นไม่ลดความสวยหรูของห้อง

สีห้อง
นี่เป็นแบบอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ตรงจุด

แต่งห้อง

เฟอร์นิเจอร์สีผ่องใสภายในห้องสีโมโนโทนจะช่วยทำให้การแต่งห้องดูโดดเด่นขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของพวกเราได้นั่นคือ ปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่หมอนสีใหม่ๆประพรมลายเก๋ๆโคมไฟสวยๆหรือการเพ้นท์ผนังก็ช่วยเพิ่มจุดเด่นให้กับห้องได้ทั้งมวลค่ะ

ลวดลาย
ถ้าไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องมองมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกเยอะแยะเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะลองใช่แค่เพียงกับเฟอร์นิเจอร์แค่นั้น แต่ว่าอย่างเรื่องพื้นๆใช่จ้ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าทดลอง จดจำไว้ว่า ถ้าหากแต่งพื้นให้เด่นแล้ว ก็ควรจะควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเช่นกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงเคล็ดลับเรื่องสีที่จะทำให้เรามองมีพื้นที่กว้างขึ้นเท่านั้น การตำหนิดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้เช่นเดียวกัน

5.จัดวางแสงให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงสว่างย่อมดีกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางลักษณะของแสงอย่างผิดแผกแตกต่างได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังนี้ ไฟกลางห้องไฟผนัง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟวางกับพื้น ฯลฯ

6.อย่าละเลยการตกแต่งนิดๆหน่อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ในห้องจะให้ความรู้ความเข้าใจสึกชื่นบานได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

ประพรม

รายละเอียดเพิ่มเติมเป็นต้นว่า เบาะหุ้มห่อนุ่มๆพรมสวยๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์งามๆนาฬิกาสไตล์ไม่นิมอล แจกันสวยๆกระเช้าสานเก๋ๆชามผลไม้ชิคๆทุกๆสิ่งทุกๆอย่างอย่างเหล่านี้สามารถช่วยให้ห้องดูนุ่มนวล และก็ มีคลาสเยอะขึ้นเรื่อยๆได้

7.อย่ามาก!

ห้องสุขา
ฝ้าเพดานเรียบๆหากแม้จะไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละก็ดีแล้วจ้ะ อยากได้ห้องสวยๆไม่มีความจำเป็นต้องพยายาม! หลีกเลี่ยงการก่อสร้าง ตกแต่งที่สลับซับซ้อน

8.สิ่งเดียวที่คุณจะมากมายสิ่ง เล่นใหญ่ได้คือที่พักผ่อน


จดจำไว้ว่า ถ้าหากจะมีเตียงในห้องนอน ก็ต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้ดูปัง ! ทั้งผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนจำนวนมากปูพื้นหน้าเตียงด้วยประพรมขนนุ่มนิ่มด้วยเหตุว่าเตียงเป็นที่ที่ควรจะเป็นที่สุขที่สุดในบ้านของเรา เชิญให้เราเอนตัวนอนได้ทุกครั้งที่มองเห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบคลินิกทันตกรรมที่พวกเราแนะนำมานี้จะพอเพียงช่วยให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์เพิ่มมากขึ้น เชิญให้คุณอยู่บ้านอย่างมีความสุขได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ



คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สร้างโฮมออฟฟิศ

Tags : ออกแบบคลินิก,ออกแบบภายใน

5
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะสม
โทนสีของห้องจะเปลี่ยนความรู้สึกได้เมื่อเห็น อาทิเช่น สีสว่างจะสามารถช่วยในการเปลี่ยนห้องเล็กๆให้มองมีพื้นที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจที่ได้รับความนิยมสำหรับการออกแบบคลินิกที่ทำให้บ้านมองสวยแพงได้เลยทีเดียว แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงแค่ สีเบจ แค่นั้นที่สวยซะเมื่อไหร่กันล่ะ? ออกมาจากคอมฟอร์ทโซนค่ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆสำหรับเพื่อการออกแบบคลินิกได้เหมือนกัน โดยสีกลุ่มนี้จะทำให้ดูสดใสมากยิ่งขึ้นแต่ไม่ลดความสวยหรูของห้อง

สีห้อง
นี่คือแบบอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ตรงจุด

แต่งห้อง

เฟอร์นิเจอร์สีแจ่มใสด้านในห้องสีโมโนโทนจะช่วยปรับการแต่งห้องมองโดดเด่นขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของเราได้นั่นเป็น ปลอกใส่หมอนสีสดๆประพรมลายเก๋ๆโคมสวยๆหรือการเพ้นท์ผนังก็ช่วยเติมจุดแข็งให้กับห้องได้ทั้งหมดทั้งปวงค่ะ

ลวดลาย
ถ้าเกิดไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องดูมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกเยอะแยะเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะทดลองใช่แค่เพียงกับเฟอร์นิเจอร์เพียงแค่นั้น แต่อย่างเรื่องพื้นๆใช่ค่ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าลอง จำไว้ว่า แม้แต่งพื้นให้สะดุดตาแล้ว ก็ควรจะควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยด้วยเหมือนกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงเทคนิคเรื่องสีที่จะทำให้เราดูมีพื้นที่กว้างขึ้นเพียงแค่นั้น การตำหนิดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้ด้วยเหมือนกัน

5.จัดวางแสงสว่างให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงไฟย่อมดียิ่งกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางรูปแบบของแสงสว่างอย่างผิดแผกแตกต่างได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังนี้ ไฟกลางห้องไฟฝาห้อง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ ประทีปวางกับพื้น ฯลฯ

6.อย่าละเลยการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ภายในห้องจะให้ความรู้ความเข้าใจสึกมีชีวิตชีวาได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

พรม

รายละเอียดอื่นๆยกตัวอย่างเช่น เบาะหุ้มห่อนุ่มๆประพรมงามๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์งามๆนาฬิกาสไตล์ไม่นิมอล แจกันงามๆกระเช้าสานเก๋ๆจานชามผลไม้ชิคๆทุกสิ่งทุกอย่างอย่างเหล่านี้สามารถที่จะช่วยให้ห้องมองนุ่มนวล และ มีคลาสเยอะขึ้นเรื่อยๆได้

7.อย่าเยอะ!

ห้องอาบน้ำ
ฝ้าเพดานเรียบถึงแม้จะมิได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละดีแล้วค่ะ อยากได้ห้องสวยๆไม่จำเป็นที่ต้องมานะ! เลี่ยงการก่อสร้าง ตกแต่งที่ซับซ้อน

8.สิ่งเดียวที่คุณจะมากสิ่ง เล่นใหญ่ได้คือที่นอน


จดจำไว้ว่า ถ้าจะมีเตียงในห้องนอน ก็ต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้มองปัง ! อีกทั้งผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนไม่น้อยเลยทีเดียวปูพื้นหน้าเตียงด้วยประพรมขนนุ่มนิ่มด้วยเหตุว่าเตียงเป็นที่ที่ควรเป็นที่มีความสุขที่สุดในบ้านของพวกเรา เชิญให้พวกเราเอนตัวนอนได้ทุกทีที่เห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบคลินิกที่พวกเราชี้แนะมานี้จะพอเพียงช่วยให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ชวนให้คุณอยู่บ้านอย่างสุขสบายได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ



คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ออกแบบตกแต่งภายใน

Tags : ออกแบบคลินิก,ออกแบบคลินิกทันตกรรม,ออกแบบภายใน

6
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะ
โทนสีของห้องจะเปลี่ยนความรู้สึกได้ทันทีที่เห็น ยกตัวอย่างเช่น สีสว่างจะสามารถช่วยสำหรับเปลี่ยนห้องเล็กๆให้มองมีพื้นที่มากยิ่งขึ้น จนถึงขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจยอดฮิตในการออกแบบคลินิกที่ทำให้บ้านมองงามแพงได้เลยทีเดียว แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงแต่ สีเบจ เท่านั้นที่สวยซะเมื่อไหร่กันล่ะ? ออกมาจากคอมฟอร์ทโซนจ้ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆสำหรับการออกแบบภายในได้ด้วยเหมือนกัน โดยสีพวกนี้จะทำให้ดูผ่องใสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่ว่าไม่ลดความหรูหราโอ่อ่าของห้อง

สีห้อง
นี่คือแบบอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ตรงประเด็น

แต่งห้อง

เครื่องเรือนสีสดใสภายในห้องสีโมโนโทนจะช่วยทำให้การแต่งห้องดูโดดเด่นขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของพวกเราได้นั่นคือ ปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่หมอนสีสดๆพรมลายเก๋ๆประทีปสวยๆหรือการเพ้นท์ฝาผนังก็ช่วยเพิ่มคุณลักษณะเด่นให้กับห้องได้ทั้งปวงค่ะ

ลวดลาย
แม้ไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องมองมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกเยอะแยะเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะลองใช่แค่เพียงกับเฟอร์นิเจอร์เพียงแค่นั้น แต่อย่างเรื่องพื้นๆใช่ค่ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าทดลอง จดจำไว้ว่า ถ้าแต่งพื้นให้โดดเด่นแล้ว ก็ควรควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเช่นเดียวกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงวิธีเรื่องสีที่จะทำให้พวกเราดูมีพื้นที่กว้างขึ้นเพียงแค่นั้น การต่อว่าดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้เช่นเดียวกัน

5.จัดวางแสงสว่างให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงไฟย่อมดีมากกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางลักษณะของแสงสว่างอย่างผิดแผกแตกต่างได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังนี้ ไฟกลางห้องไฟผนัง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมตั้งกับพื้น เป็นต้น

6.อย่ามองข้ามการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ข้างในห้องจะให้ความรู้สึกแจ่มใสได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

ประพรม

รายละเอียดเพิ่มเติมเป็นต้นว่า เบาะหุ้มห่อนุ่มๆประพรมงามๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์งามๆนาฬิกาสไตล์มินิมอล แจกันงามๆตะกร้าสานเก๋ๆจานชามผลไม้ชิคๆทุกๆสิ่งทุกๆอย่างอย่างเหล่านี้สามารถช่วยให้ห้องมองนุ่มนวล แล้วก็ มีคลาสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆได้

7.อย่าเยอะแยะ!

ห้องสุขา
ฝ้าเพดานเรียบๆถึงแม้จะมิได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละก็ดีค่ะ อยากได้ห้องงามๆไม่จำเป็นที่ต้องพากเพียร! หลีกเลี่ยงการก่อสร้าง ตกแต่งที่ซับซ้อน

8.อย่างเดียวที่คุณจะมากมายสิ่ง เล่นใหญ่ได้คือที่นอน


จำไว้ว่า ถ้าเกิดจะมีเตียงในห้องนอน ก็ต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้มองปัง ! ทั้งผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนเยอะมากๆปูพื้นหน้าเตียงด้วยพรมขนนุ่มนิ่มเพราะว่าเตียงเป็นที่ที่ควรเป็นที่สบายที่สุดในบ้านของพวกเรา ชวนให้พวกเราเอนตัวนอนได้ทุกคราวที่เห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบคลินิกทันตกรรมที่พวกเราเสนอแนะมานี้จะเพียงพอช่วยให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์มากขึ้นเรื่อยๆ เชื้อเชิญให้ท่านอยู่บ้านอย่างมีความสุขได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ


Tags : ออกแบบคลินิก,ออกแบบคลินิกทันตกรรม,ออกแบบภายใน

7
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะสม
โทนสีของห้องจะเปลี่ยนความรู้สึกได้เมื่อแลเห็น ได้แก่ สีสว่างจะสามารถช่วยเปลี่ยนห้องเล็กๆให้มองมีพื้นที่เยอะขึ้น จนกระทั่งขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจยอดฮิตสำหรับในการออกแบบคลินิกทันตกรรมที่ทำให้บ้านดูสวยแพงได้เลยทีเดียว แต่ว่าก็ใช่ว่าจะมีเพียง สีเบจ เท่านั้นที่งามซะเมื่อไรกันล่ะ? ออกจากคอมฟอร์ทโซนจ้ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆสำหรับการออกแบบคลินิกได้เช่นเดียวกัน โดยสีกลุ่มนี้จะก่อให้ดูสดใสมากยิ่งขึ้นแต่ว่าไม่ลดความหรูหราเลิศเลอของห้อง

สีห้อง
นี่คือแบบอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ถูกจุด

แต่งห้อง

เฟอร์นิเจอร์สีผ่องใสด้านในห้องสีโมโนโทนจะช่วยปรับให้การแต่งห้องดูเด่นขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของพวกเราได้นั่นคือ ปลอกใส่หมอนสีสดๆพรมลายเก๋ๆโคมสวยๆหรือการเพ้นท์ผนังก็ช่วยเติมคุณลักษณะเด่นให้กับห้องได้ทั้งหมดทั้งปวงค่ะ

ลวดลาย
หากไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องดูมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกมากมายเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะลองใช่แค่เพียงกับเครื่องเรือนเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นอย่างเรื่องพื้นๆใช่จ้ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าทดลอง จำไว้ว่า หากแต่งพื้นให้เด่นแล้ว ก็ควรควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเหมือนกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงเคล็ดวิธีเรื่องสีที่จะทำให้เรามองมีพื้นที่กว้างขึ้นเพียงแค่นั้น การตำหนิดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้เหมือนกัน

5.จัดวางแสงให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงสว่างย่อมดีกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางลักษณะของแสงสว่างอย่างผิดแผกได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังต่อไปนี้ ไฟกลางห้องไฟฝาห้อง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟตั้งพื้น เป็นต้น

6.อย่าละเลยการตกแต่งนิดๆหน่อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ในห้องจะให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

พรม

รายละเอียดอื่นๆได้แก่ เบาะห่อหุ้มนุ่มๆพรมสวยๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์สวยๆนาฬิกาสไตล์มินิมอล แจกันงามๆกระเช้าสานเก๋ๆจานชามผลไม้ชิคๆทุกๆสิ่งทุกๆอย่างอย่างเหล่านี้จะช่วยให้ห้องมองนุ่มนวล และ มีคลาสเพิ่มมากขึ้นได้

7.อย่ามากมาย!

ห้องน้ำ
ฝ้าเพดานเรียบแม้ว่าจะไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละก็ดีจ้ะ อยากได้ห้องงามๆไม่จำเป็นที่จะต้องพยายาม! เลี่ยงการก่อสร้าง ตกแต่งที่ซับซ้อน

8.สิ่งเดียวที่คุณจะมากสิ่ง เล่นใหญ่ได้คือที่นอน


จดจำไว้ว่า หากจะมีเตียงในห้องนอน ก็จะต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้มองปัง ! อีกทั้งผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนเยอะๆปูพื้นหน้าเตียงด้วยประพรมขนนุ่มนิ่มเพราะเตียงเป็นที่ที่ควรจะเป็นที่สุขสบายที่สุดในบ้านของเรา ชวนให้เราเอนตัวนอนได้ทุกคราวที่เห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบคลินิกทันตกรรมที่พวกเราเสนอแนะมานี้จะเพียงพอช่วยทำให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์เยอะขึ้นเรื่อยๆ เชื้อเชิญให้ท่านอยู่บ้านอย่างสุขสบายได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ



คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สร้างโฮมออฟฟิศ

Tags : ออกแบบคลินิก,ออกแบบคลินิกทันตกรรม,ออกแบบภายใน

8
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะ
โทนสีของห้องจะเปลี่ยนความรู้สึกได้เมื่อแลเห็น เช่น สีสว่างจะสามารถช่วยสำหรับในการเปลี่ยนห้องเล็กๆให้ดูมีพื้นที่มากขึ้น จนกระทั่งขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจยอดนิยมในการออกแบบคลินิกที่ทำให้บ้านมองสวยแพงได้เลยทีเดียว แต่ว่าก็ใช่ว่าจะมีเพียง สีเบจ แค่นั้นที่สวยซะเมื่อไรกันล่ะ? ออกมาจากคอมฟอร์ทโซนจ้ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆสำหรับในการออกแบบคลินิกได้ด้วยเหมือนกัน โดยสีเหล่านี้จะก่อให้มองสดใสเยอะขึ้นเรื่อยๆแต่ไม่ลดความหรูหราเลิศเลอของห้อง

สีห้อง
นี่คือแบบอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ตรงจุด

แต่งห้อง

เครื่องเรือนสีผ่องใสด้านในห้องสีโมโนโทนจะช่วยทำให้ปรับการแต่งห้องมองโดดเด่นขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของเราได้นั่นคือ ปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่หมอนสีใหม่ๆประพรมลายเก๋ๆโคมงามๆหรือการเพ้นท์ฝาผนังก็ช่วยเพิ่มลักษณะเด่นให้กับห้องได้ทั้งมวลค่ะ

ลวดลาย
ถ้าเกิดไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องดูมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกมากเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะลองใช่แค่เพียงกับเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น แต่ว่าอย่างเรื่องพื้นๆใช่ค่ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าลอง จดจำไว้ว่า ถ้าเกิดแต่งพื้นให้สะดุดตาแล้ว ก็ควรจะควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเหมือนกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงเคล็ดลับเรื่องสีที่จะทำให้เรามองมีพื้นที่กว้างขึ้นเท่านั้น การตำหนิดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้เช่นเดียวกัน

5.จัดวางแสงสว่างให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงไฟย่อมดียิ่งกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางลักษณะของแสงอย่างต่างกันได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังต่อไปนี้ ไฟกึ่งกลางห้องไฟผนัง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ ประทีปตั้งกับพื้น ฯลฯ

6.อย่ามองข้ามการตกแต่งนิดๆหน่อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ด้านในห้องจะให้ความรู้สึกชื่นบานได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

พรม

รายละเอียดอื่นๆอาทิเช่น เบาะห่อนุ่มๆประพรมสวยๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์สวยๆนาฬิกาสไตล์มินิมอล แจกันงามๆกระเช้าสานเก๋ๆถ้วยชามผลไม้ชิคๆทุกอย่างอย่างเหล่านี้สามารถที่จะช่วยให้ห้องมองนุ่มนวล และก็ มีคลาสมากยิ่งขึ้นได้

7.อย่ามากมาย!

สุขา
ฝ้าเพดานเรียบๆถึงจะมิได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละดีแล้วจ้ะ อยากได้ห้องงามๆไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพากเพียร! หลีกเลี่ยงการก่อสร้าง ตกแต่งที่ซับซ้อน

8.อย่างเดียวที่คุณจะมากสิ่ง เล่นใหญ่ได้เป็นที่พักผ่อน


จดจำไว้ว่า ถ้าเกิดจะมีเตียงในห้องนอน ก็จำต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้มองปัง ! อีกทั้งผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนเยอะมากๆปูพื้นหน้าเตียงด้วยพรมขนนุ่มนิ่มเพราะเหตุว่าเตียงคือที่ที่ควรจะเป็นที่สบายที่สุดในบ้านของพวกเรา เชิญชวนให้พวกเราเอนตัวนอนได้ทุกทีที่เห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบคลินิกทันตกรรมที่พวกเราแนะนำมานี้จะพอเพียงช่วยทำให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์มากขึ้น เชิญชวนให้ท่านอยู่บ้านอย่างมีความสุขได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ


Tags : ออกแบบภายใน

9
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะ
โทนสีของห้องจะแปลงความรู้สึกได้เมื่อมองเห็น อาทิเช่น สีสว่างจะสามารถช่วยในการเปลี่ยนห้องเล็กๆให้ดูมีพื้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจที่ได้รับความนิยมสำหรับในการออกแบบคลินิกทันตกรรมที่ทำให้บ้านมองสวยแพงได้เลยทีเดียว แต่ว่าก็ใช่ว่าจะมีเพียง สีเบจ เท่านั้นที่สวยซะเมื่อใดกันล่ะ? ออกมาจากคอมฟอร์ทโซนจ้ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆสำหรับการออกแบบภายในได้เช่นกัน โดยสีพวกนี้จะมีผลให้ดูผ่องใสมากขึ้นเรื่อยๆแม้กระนั้นไม่ลดความหรูหราของห้อง

สีห้อง
นี่คือตัวอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ตรงประเด็น

แต่งห้อง

เครื่องเรือนสีสดใสด้านในห้องสีโมโนโทนจะช่วยปรับให้การแต่งห้องมองเด่นขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของพวกเราได้นั่นเป็น ปลอกสำหรับใส่หมอนสีใหม่ๆประพรมลายเก๋ๆตะเกียงสวยๆหรือการเพ้นท์ผนังก็ช่วยเพิ่มคุณลักษณะเด่นให้กับห้องได้ทั้งหมดค่ะ

ลวดลาย
แม้ไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องมองมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกมากเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะลองใช่แค่เพียงกับเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น แม้กระนั้นอย่างเรื่องพื้นๆใช่จ้ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าทดลอง จำไว้ว่า ถ้าเกิดแต่งพื้นให้โดดเด่นแล้ว ก็ควรควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเช่นเดียวกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงเทคนิคเรื่องสีที่จะทำให้เราดูมีพื้นที่กว้างขึ้นแค่นั้น การติดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้ด้วยเหมือนกัน

5.จัดวางแสงสว่างให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงไฟย่อมดีมากยิ่งกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางลักษณะของแสงสว่างอย่างต่างกันได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังต่อไปนี้ ไฟกลางห้องไฟผนังห้อง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ ประทีปวางพื้น ฯลฯ

6.อย่าละเลยการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ข้างในห้องจะให้ความรู้ความเข้าใจสึกมีชีวิตชีวาได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

พรม

รายละเอียดอื่นๆยกตัวอย่างเช่น เบาะห่อหุ้มนุ่มๆพรมสวยๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์สวยๆนาฬิกาสไตล์ไม่นิมอล แจกันงามๆตะกร้าสานเก๋ๆชามผลไม้ชิคๆทุกๆสิ่งทุกๆอย่างอย่างเหล่านี้สามารถช่วยให้ห้องมองนุ่มนวล และก็ มีคลาสเยอะขึ้นเรื่อยๆได้

7.อย่าเยอะ!

ห้องน้ำ
ฝ้าเพดานเรียบๆแม้จะมิได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละก็ดีแล้วค่ะ อยากได้ห้องงามๆไม่มีความจำเป็นต้องมานะ! หลีกเลี่ยงการก่อสร้าง ตกแต่งที่สลับซับซ้อน

8.อย่างเดียวที่คุณจะมากมายสิ่ง เล่นใหญ่ได้เป็นที่นอน


จำไว้ว่า ถ้าเกิดจะมีเตียงในห้องนอน ก็จะต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้มองปัง ! ทั้งยังผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนจำนวนมากปูพื้นหน้าเตียงด้วยพรมขนนุ่มนิ่มเนื่องจากว่าเตียงเป็นที่ที่ควรจะเป็นที่เป็นสุขที่สุดในบ้านของพวกเรา เชื้อเชิญให้เราเอนตัวนอนได้ทุกครั้งที่เห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบภายในที่เราชี้แนะมานี้จะพอช่วยให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์มากขึ้นเรื่อยๆ ชักชวนให้คุณอยู่บ้านอย่างมีความสุขได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ




Tags : ออกแบบคลินิกทันตกรรม

10
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะ
โทนสีของห้องจะเปลี่ยนความรู้สึกได้ทันทีที่แลเห็น เช่น สีสว่างจะสามารถช่วยสำหรับในการเปลี่ยนห้องเล็กๆให้มองมีพื้นที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจยอดนิยมในการออกแบบภายในที่ทำให้บ้านมองสวยแพงได้เลยทีเดียว แม้กระนั้นก็ใช่ว่าจะมีเพียง สีเบจ เพียงแค่นั้นที่งามซะเมื่อไหร่กันล่ะ? ออกจากคอมฟอร์ทโซนค่ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆในการออกแบบคลินิกได้เช่นเดียวกัน โดยสีเหล่านี้จะก่อให้ดูผ่องใสมากขึ้นเรื่อยๆแม้กระนั้นไม่ลดความโก้หรูของห้อง

สีห้อง
นี่เป็นแบบอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ตรงจุด

แต่งห้อง

เครื่องเรือนสีแจ่มใสด้านในห้องสีโมโนโทนจะช่วยทำให้ปรับการแต่งห้องมองโดดเด่นขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของพวกเราได้โน่นคือ ปลอกที่เอาไว้ใส่หมอนสีใหม่ๆประพรมลายเก๋ๆโคมไฟงามๆหรือการเพ้นท์ผนังก็ช่วยเพิ่มจุดเด่นให้กับห้องได้ทั้งปวงจ้ะ

ลวดลาย
ถ้าไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องดูมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกเยอะเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะทดลองใช่แค่เพียงกับเฟอร์นิเจอร์เพียงแค่นั้น แต่อย่างเรื่องพื้นๆใช่จ้ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าลอง จดจำไว้ว่า ถ้าหากแต่งพื้นให้เด่นแล้ว ก็ควรควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเช่นเดียวกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงเทคนิคเรื่องสีที่จะทำให้พวกเราดูมีพื้นที่กว้างขึ้นเท่านั้น การต่อว่าดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้ด้วยเหมือนกัน

5.จัดวางแสงสว่างให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงไฟย่อมดีกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางลักษณะของแสงอย่างไม่เหมือนกันได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังต่อไปนี้ ไฟกึ่งกลางห้องไฟผนังห้อง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมตั้งกับพื้น ฯลฯ

6.อย่ามองข้ามการตกแต่งนิดๆหน่อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ในห้องจะให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

พรม

ข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้เช่น เบาะห่อหุ้มนุ่มๆประพรมงามๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์งามๆนาฬิกาสไตล์ไม่นิมอล แจกันสวยๆกระเช้าสานเก๋ๆจานชามผลไม้ชิคๆทุกสิ่งทุกอย่างอย่างเหล่านี้จะช่วยให้ห้องดูนุ่มนวล แล้วก็ มีคลาสเยอะขึ้นเรื่อยๆได้

7.อย่าเยอะ!

ห้องอาบน้ำ
ฝ้าเพดานเรียบๆถึงแม้จะไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละก็ดีแล้วค่ะ อยากได้ห้องสวยๆไม่มีความจำเป็นที่ต้องพยายาม! หลบหลีกการก่อสร้าง ตกแต่งที่ซับซ้อน

8.สิ่งเดียวที่คุณจะมากสิ่ง เล่นใหญ่ได้เป็นที่พักผ่อน


จำไว้ว่า ถ้าหากจะมีเตียงในห้องนอน ก็จะต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้ดูปัง ! อีกทั้งผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนเยอะมากๆปูพื้นหน้าเตียงด้วยประพรมขนนุ่มนิ่มเนื่องจากว่าเตียงเป็นที่ที่จะต้องเป็นที่สุขที่สุดในบ้านของเรา เชิญชวนให้พวกเราเอนตัวนอนได้ทุกคราวที่เห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบคลินิกทันตกรรมที่เราเสนอแนะมานี้จะพอช่วยให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์มากขึ้นเรื่อยๆ เชื้อเชิญให้ท่านอยู่บ้านอย่างสุขสบายได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ออกแบบตกแต่งภายใน

Tags : ออกแบบคลินิก,ออกแบบคลินิกทันตกรรม,ออกแบบภายใน

11
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะสม
โทนสีของห้องจะเปลี่ยนความรู้สึกได้ทันทีที่แลเห็น เป็นต้นว่า สีสว่างจะสามารถช่วยเปลี่ยนห้องเล็กๆให้ดูมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น จนถึงขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจยอดนิยมสำหรับการออกแบบคลินิกที่ทำให้บ้านดูงามแพงได้อย่างยิ่งจริงๆ แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงแค่ สีเบจ เท่านั้นที่สวยซะเมื่อไรกันล่ะ? ออกมาจากคอมฟอร์ทโซนค่ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆสำหรับในการออกแบบคลินิกทันตกรรมได้เช่นเดียวกัน โดยสีพวกนี้จะก่อให้ดูแจ่มใสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแม้กระนั้นไม่ลดความเลิศหรูของห้อง

สีห้อง
นี่เป็นแบบอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ตรงจุด

แต่งห้อง

เครื่องเรือนสีผ่องใสข้างในห้องสีโมโนโทนจะช่วยปรับการแต่งห้องมองสะดุดตาขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของพวกเราได้โน่นคือ ปลอกสำหรับใส่หมอนสีใหม่ๆพรมลายเก๋ๆโคมงามๆหรือการเพ้นท์ผนังก็ช่วยเพิ่มเติมคุณลักษณะเด่นให้กับห้องได้ทั้งหมดจ้ะ

ลวดลาย
ถ้าไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องมองมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกมากเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะทดลองใช่แค่เพียงกับเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น แต่อย่างเรื่องพื้นๆใช่ค่ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าทดลอง จำไว้ว่า หากแต่งพื้นให้สะดุดตาแล้ว ก็ควรควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเหมือนกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงแนวทางเรื่องสีที่จะทำให้เราดูมีพื้นที่กว้างขึ้นแค่นั้น การติดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้เช่นกัน

5.จัดวางแสงสว่างให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงไฟย่อมดีมากกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางลักษณะของแสงอย่างแตกต่างได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังต่อไปนี้ ไฟกึ่งกลางห้องไฟผนังห้อง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ ตะเกียงตั้งกับพื้น ฯลฯ

6.อย่าละเลยการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ในห้องจะให้ความรู้ความเข้าใจสึกสดชื่นได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

พรม

รายละเอียดต่างๆนอกเหนือจากนี้อาทิเช่น เบาะหุ้มนุ่มๆประพรมงามๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์งามๆนาฬิกาสไตล์ไม่นิมอล แจกันสวยๆตะกร้าสานเก๋ๆถ้วยชามผลไม้ชิคๆทุกอย่างอย่างเหล่านี้สามารถช่วยให้ห้องมองนุ่มนวล แล้วก็ มีคลาสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆได้

7.อย่ามาก!

ห้องสุขา
ฝ้าเพดานเรียบๆแม้ว่าจะไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละดีแล้วค่ะ อยากได้ห้องสวยๆไม่จำเป็นที่ต้องเพียรพยายาม! เลี่ยงการก่อสร้าง ตกแต่งที่ซับซ้อน

8.อย่างเดียวที่คุณจะมากสิ่ง เล่นใหญ่ได้เป็นที่พักผ่อน


จำไว้ว่า ถ้าหากจะมีเตียงในห้องนอน ก็จำต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้มองปัง ! ทั้งยังผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนจำนวนไม่ใช่น้อยปูพื้นหน้าเตียงด้วยพรมขนนุ่มนิ่มเนื่องจากว่าเตียงเป็นที่ที่ต้องเป็นที่สบายที่สุดในบ้านของพวกเรา เชิญชวนให้เราเอนตัวนอนได้ทุกคราวที่มองเห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบคลินิกที่เราชี้แนะมานี้จะพอเพียงช่วยทำให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์มากเพิ่มขึ้น เชิญให้ท่านอยู่บ้านอย่างมีความสุขได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ



คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สร้างโฮมออฟฟิศ

Tags : ออกแบบคลินิกทันตกรรม,ออกแบบภายใน

12
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะสม
โทนสีของห้องจะเปลี่ยนความรู้สึกได้เมื่อเห็น ได้แก่ สีสว่างจะสามารถช่วยในการเปลี่ยนห้องเล็กๆให้ดูมีพื้นที่มากเพิ่มขึ้น จนถึงขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจยอดนิยมสำหรับในการออกแบบคลินิกที่ทำให้บ้านดูสวยแพงได้เลยทีเดียว แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงแต่ สีเบจ เท่านั้นที่สวยซะเมื่อไรกันล่ะ? ออกมาจากคอมฟอร์ทโซนค่ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆสำหรับเพื่อการออกแบบคลินิกได้เช่นกัน โดยสีเหล่านี้จะก่อให้มองสดใสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่ไม่ลดความหรูหราโอ่อ่าของห้อง

สีห้อง
นี่คือตัวอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ถูกจุด

แต่งห้อง

เฟอร์นิเจอร์สีผ่องใสข้างในห้องสีโมโนโทนจะช่วยปรับให้การแต่งห้องมองเด่นขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของพวกเราได้โน่นคือ ปลอกที่เอาไว้ใส่หมอนสีสดๆพรมลายเก๋ๆโคมไฟงามๆหรือการเพ้นท์ฝาผนังก็ช่วยเติมจุดแข็งให้กับห้องได้ทั้งนั้นจ้ะ

ลวดลาย
ถ้าเกิดไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องมองมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกมากมายเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะลองใช่แค่เพียงกับเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น แต่อย่างเรื่องพื้นๆใช่จ้ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าลอง จำไว้ว่า ถ้าแต่งพื้นให้โดดเด่นแล้ว ก็น่าจะควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเช่นเดียวกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงเทคนิคเรื่องสีที่จะทำให้เรามองมีพื้นที่กว้างขึ้นแค่นั้น การต่อว่าดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้ด้วยเหมือนกัน

5.จัดวางแสงให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงไฟย่อมดีมากยิ่งกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางรูปแบบของแสงสว่างอย่างไม่เหมือนกันได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังต่อไปนี้ ไฟกึ่งกลางห้องไฟผนังห้อง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟตั้งกับพื้น ฯลฯ

6.อย่ามองข้ามการตกแต่งนิดๆหน่อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ด้านในห้องจะให้ความรู้สึกแจ่มใสได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

ประพรม

รายละเอียดต่างๆนอกเหนือจากนี้อย่างเช่น เบาะห่อหุ้มนุ่มๆประพรมงามๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์สวยๆนาฬิกาสไตล์ไม่นิมอล แจกันงามๆตะกร้าสานเก๋ๆจานชามผลไม้ชิคๆทุกสิ่งทุกอย่างอย่างเหล่านี้จะช่วยให้ห้องดูนุ่มนวล และ มีคลาสเพิ่มมากขึ้นได้

7.อย่าเยอะแยะ!

ส้วม
ฝ้าเพดานเรียบๆหากแม้จะไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละก็ดีแล้วค่ะ อยากได้ห้องงามๆไม่จำเป็นที่จะต้องอุตสาหะ! เลี่ยงการก่อสร้าง ตกแต่งที่สลับซับซ้อน

8.อย่างเดียวที่คุณจะมากมายสิ่ง เล่นใหญ่ได้เป็นที่นอน


จดจำไว้ว่า ถ้าจะมีเตียงในห้องนอน ก็จำต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้มองปัง ! อีกทั้งผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนไม่น้อยเลยทีเดียวปูพื้นหน้าเตียงด้วยประพรมขนนุ่มนิ่มเพราะเหตุว่าเตียงเป็นที่ที่ต้องเป็นที่สบายที่สุดในบ้านของเรา เชิญชวนให้พวกเราเอนตัวนอนได้ทุกคราวที่เห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบภายในที่เราชี้แนะมานี้จะเพียงพอช่วยทำให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์เพิ่มมากขึ้น เชื้อเชิญให้คุณอยู่บ้านอย่างสุขสบายได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สร้างโฮมออฟฟิศ

Tags : ออกแบบคลินิก,ออกแบบคลินิกทันตกรรม,ออกแบบภายใน

13
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะสม
โทนสีของห้องจะเปลี่ยนแปลงความรู้สึกได้ทันทีที่แลเห็น เป็นต้นว่า สีสว่างจะสามารถช่วยสำหรับในการเปลี่ยนห้องเล็กๆให้มองมีพื้นที่มากขึ้น จนกระทั่งขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจที่ได้รับความนิยมสำหรับในการออกแบบคลินิกที่ทำให้บ้านมองงามแพงได้เลยทีเดียว แต่ว่าก็ใช่ว่าจะมีเพียง สีเบจ เพียงแค่นั้นที่สวยซะเมื่อไหร่กันล่ะ? ออกจากคอมฟอร์ทโซนจ้ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆสำหรับในการออกแบบคลินิกทันตกรรมได้เหมือนกัน โดยสีกลุ่มนี้จะมีผลให้ดูผ่องใสเยอะขึ้นแต่ไม่ลดความหรูหราเลิศเลอของห้อง

สีห้อง
นี่เป็นแบบอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ถูกจุด

แต่งห้อง

เครื่องเรือนสีสดใสภายในห้องสีโมโนโทนจะช่วยทำให้การแต่งห้องดูโดดเด่นขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของพวกเราได้โน่นเป็น ปลอกใส่หมอนสีใหม่ๆพรมลายเก๋ๆตะเกียงงามๆหรือการเพ้นท์ผนังก็ช่วยเพิ่มจุดแข็งให้กับห้องได้ทั้งนั้นค่ะ

ลวดลาย
แม้ไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องมองมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกเยอะแยะเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะลองใช่แค่เพียงกับเครื่องเรือนเท่านั้น แต่อย่างเรื่องพื้นๆใช่ค่ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าทดลอง จดจำไว้ว่า ถ้าหากแต่งพื้นให้เด่นแล้ว ก็ควรควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเช่นเดียวกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงเคล็ดลับเรื่องสีที่จะทำให้เราดูมีพื้นที่กว้างขึ้นแค่นั้น การตำหนิดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้ด้วยเหมือนกัน

5.จัดวางแสงให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงไฟย่อมดีมากกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางลักษณะของแสงสว่างอย่างผิดแผกแตกต่างได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังต่อไปนี้ ไฟกลางห้องไฟฝาผนัง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ ประทีปวางกับพื้น เป็นต้น

6.อย่ามองข้ามการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ในห้องจะให้ความรู้สึกสดชื่นได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

ประพรม

ข้อมูลเพิ่มเติมดังเช่น เบาะหุ้มห่อนุ่มๆพรมสวยๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์งามๆนาฬิกาสไตล์มินิมอล แจกันสวยๆกระเช้าสานเก๋ๆจานชามผลไม้ชิคๆทุกสิ่งทุกอย่างอย่างเหล่านี้สามารถช่วยให้ห้องมองนุ่มนวล และ มีคลาสเพิ่มมากขึ้นได้

7.อย่าเยอะ!

ห้องสุขา
ฝ้าเพดานเรียบๆหากแม้จะไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละก็ดีแล้วจ้ะ อยากได้ห้องสวยๆไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบากบั่น! หลบหลีกการก่อสร้าง ตกแต่งที่สลับซับซ้อน

8.สิ่งเดียวที่คุณจะมากมายสิ่ง เล่นใหญ่ได้เป็นที่นอน


จำไว้ว่า ถ้าหากจะมีเตียงในห้องนอน ก็จะต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้ดูปัง ! ทั้งผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนจำนวนไม่ใช่น้อยปูพื้นหน้าเตียงด้วยพรมขนนุ่มนิ่มเพราะเหตุว่าเตียงเป็นที่ที่ต้องเป็นที่สุขสบายที่สุดในบ้านของพวกเรา ชวนให้เราเอนตัวนอนได้ทุกคราวที่มองเห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบคลินิกทันตกรรมที่เราเสนอแนะมานี้จะพอเพียงช่วยทำให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์มากเพิ่มขึ้น ชวนให้ท่านอยู่บ้านอย่างมีความสุขได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ



คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ออกแบบตกแต่งภายใน

Tags : ออกแบบคลินิกทันตกรรม,ออกแบบภายใน

14
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะ
โทนสีของห้องจะเปลี่ยนความรู้สึกได้เมื่อเห็น ยกตัวอย่างเช่น สีสว่างจะสามารถช่วยสำหรับในการเปลี่ยนห้องเล็กๆให้ดูมีพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจที่ได้รับความนิยมสำหรับในการออกแบบคลินิกที่ทำให้บ้านดูงามแพงได้อย่างยิ่งจริงๆ แม้กระนั้นก็ใช่ว่าจะมีเพียงแค่ สีเบจ แค่นั้นที่สวยซะเมื่อใดกันล่ะ? ออกจากคอมฟอร์ทโซนจ้ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆสำหรับในการออกแบบคลินิกทันตกรรมได้ด้วยเหมือนกัน โดยสีเหล่านี้จะทำให้ดูผ่องใสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแต่ว่าไม่ลดความหรูหราโอ่อ่าของห้อง

สีห้อง
นี่คือแบบอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ตรงประเด็น

แต่งห้อง

เฟอร์นิเจอร์สีสดใสด้านในห้องสีโมโนโทนจะช่วยปรับการแต่งห้องมองสะดุดตาขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของเราได้โน่นคือ ปลอกที่เอาไว้ใส่หมอนสีสดๆพรมลายเก๋ๆโคมไฟสวยๆหรือการเพ้นท์ผนังก็ช่วยเพิ่มเติมลักษณะเด่นให้กับห้องได้ทั้งสิ้นค่ะ

ลวดลาย
ถ้าหากไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องมองมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกมากเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะทดลองใช่แค่เพียงกับเครื่องเรือนเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นอย่างเรื่องพื้นๆใช่ค่ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าลอง จำไว้ว่า แม้แต่งพื้นให้โดดเด่นแล้ว ก็น่าจะควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเช่นกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงเทคนิคเรื่องสีที่จะทำให้พวกเรามองมีพื้นที่กว้างขึ้นเพียงแค่นั้น การต่อว่าดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้ด้วยเหมือนกัน

5.จัดวางแสงสว่างให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงสว่างย่อมดีมากกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางลักษณะของแสงสว่างอย่างแตกต่างได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังต่อไปนี้ ไฟกึ่งกลางห้องไฟฝาห้อง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ ประทีปตั้งพื้น ฯลฯ

6.อย่าละเลยการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ด้านในห้องจะให้ความรู้สึกชื่นบานได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

ประพรม

ข้อมูลเพิ่มเติมตัวอย่างเช่น เบาะห่อนุ่มๆประพรมสวยๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์งามๆนาฬิกาสไตล์ไม่นิมอล แจกันงามๆตะกร้าสานเก๋ๆถ้วยชามผลไม้ชิคๆทุกอย่างอย่างเหล่านี้สามารถช่วยให้ห้องมองนุ่มนวล และ มีคลาสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆได้

7.อย่ามากมาย!

ห้องสุขา
ฝ้าเพดานเรียบถึงจะมิได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละก็ดีค่ะ อยากได้ห้องงามๆไม่มีความจำเป็นต้องบากบั่น! เลี่ยงการก่อสร้าง ตกแต่งที่สลับซับซ้อน

8.สิ่งเดียวที่คุณจะมากมายสิ่ง เล่นใหญ่ได้เป็นที่พักผ่อน


จำไว้ว่า ถ้าจะมีเตียงในห้องนอน ก็ต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้ดูปัง ! อีกทั้งผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนเป็นจำนวนมากปูพื้นหน้าเตียงด้วยประพรมขนนุ่มนิ่มเพราะว่าเตียงเป็นที่ที่ควรจะเป็นที่มีความสุขที่สุดในบ้านของเรา เชื้อเชิญให้เราเอนตัวนอนได้ทุกคราวที่เห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบภายในที่พวกเราเสนอแนะมานี้จะพอช่วยทำให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์มากขึ้นเรื่อยๆ ชวนให้คุณอยู่บ้านอย่างมีความสุขได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สร้างโฮมออฟฟิศ

Tags : ออกแบบคลินิกทันตกรรม,ออกแบบภายใน

15
การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะ
โทนสีของห้องจะแปลงความรู้สึกได้เมื่อมองเห็น ดังเช่นว่า สีสว่างจะสามารถช่วยสำหรับในการเปลี่ยนห้องเล็กๆให้ดูมีพื้นที่มากขึ้น จนถึงขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจยอดฮิตสำหรับในการออกแบบคลินิกทันตกรรมที่ทำให้บ้านมองงามแพงได้เลยทีเดียว แม้กระนั้นก็ใช่ว่าจะมีเพียงแต่ สีเบจ แค่นั้นที่งามซะเมื่อไหร่กันล่ะ? ออกมาจากคอมฟอร์ทโซนจ้ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆสำหรับในการออกแบบคลินิกได้เช่นเดียวกัน โดยสีเหล่านี้จะก่อให้มองสดใสมากเพิ่มขึ้นแต่ไม่ลดความเลิศหรูของห้อง

สีห้อง
นี่คือแบบอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ถูกจุด

แต่งห้อง

เฟอร์นิเจอร์สีผ่องใสภายในห้องสีโมโนโทนจะช่วยให้การแต่งห้องมองโดดเด่นขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของเราได้นั่นเป็น ปลอกหมอนสีใหม่ๆประพรมลายเก๋ๆโคมสวยๆหรือการเพ้นท์ผนังก็ช่วยเติมลักษณะเด่นให้กับห้องได้ทั้งนั้นค่ะ

ลวดลาย
หากไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องมองมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกมากเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะทดลองใช่แค่เพียงกับเฟอร์นิเจอร์เพียงแค่นั้น แม้กระนั้นอย่างเรื่องพื้นๆใช่ค่ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าลอง จดจำไว้ว่า ถ้าแต่งพื้นให้สะดุดตาแล้ว ก็ควรควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยเช่นกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงเคล็ดลับเรื่องสีที่จะทำให้พวกเรามองมีพื้นที่กว้างขึ้นเพียงแค่นั้น การต่อว่าดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้เหมือนกัน

5.จัดวางแสงให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงสว่างย่อมดีมากยิ่งกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางรูปแบบของแสงสว่างอย่างผิดแผกได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังนี้ ไฟกลางห้องไฟผนังห้อง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ ประทีปตั้งกับพื้น ฯลฯ

6.อย่าละเลยการตกแต่งนิดๆหน่อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ด้านในห้องจะให้ความรู้ความเข้าใจสึกแจ่มใสได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

พรม

ข้อมูลเพิ่มเติมเช่น เบาะหุ้มห่อนุ่มๆพรมงามๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์สวยๆนาฬิกาสไตล์มินิมอล แจกันงามๆกระเช้าสานเก๋ๆจานชามผลไม้ชิคๆทุกสิ่งอย่างเหล่านี้สามารถที่จะช่วยให้ห้องมองนุ่มนวล แล้วก็ มีคลาสมากขึ้นได้

7.อย่ามาก!

ห้องสุขา
ฝ้าเพดานเรียบๆแม้จะไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละดีแล้วค่ะ อยากได้ห้องสวยๆไม่จำเป็นที่ต้องเพียรพยายาม! หลบหลีกการก่อสร้าง ตกแต่งที่ซับซ้อน

8.สิ่งเดียวที่คุณจะมากมายสิ่ง เล่นใหญ่ได้เป็นที่นอน


จดจำไว้ว่า ถ้าหากจะมีเตียงในห้องนอน ก็ต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้มองปัง ! อีกทั้งผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนจำนวนไม่ใช่น้อยปูพื้นหน้าเตียงด้วยประพรมขนนุ่มนิ่มเพราะเตียงคือที่ที่ควรเป็นที่มีความสุขที่สุดในบ้านของพวกเรา เชิญให้เราเอนตัวนอนได้ทุกครั้งที่เห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบคลินิกทันตกรรมที่พวกเราชี้แนะมานี้จะเพียงพอช่วยทำให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์มากขึ้น เชื้อเชิญให้คุณอยู่บ้านอย่างสุขสบายได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ออกแบบตกแต่งภายใน

Tags : ออกแบบคลินิกทันตกรรม

หน้า: [1] 2 3 ... 62